
หลังจากตัดสินใจปลด เอ็นโซ่ มาเรสก้า กุนซือที่พาทีมคว้าแชมป์สโมสรโลกในช่วงกลางฤดูกาล เชลซี ยักษ์ใหญ่แห่งพรีเมียร์ลีกได้แต่งตั้ง เลียม โรซีเนียร์ กุนซือหนุ่มเข้ามาคุมทัพแทน โดยหวังว่าจะนำพาทัพ "สิงห์บลูส์" กลับคืนสู่ความยิ่งใหญ่ ทว่าผลงานของทีมภายใต้การกุมบังเหียนของเขากลับไม่กระเตื้องขึ้น ซ้ำร้ายยังฟอร์มดิ่งลงอย่างหนัก จนกระทั่งพ่ายแพ้ติดต่อกันให้กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และไบรท์ตัน ส่งผลให้โรซีเนียร์ถูกบอร์ดบริหารสั่งปลดพ้นตำแหน่งไปอีกราย
ในแมตช์เดย์นี้ เชลซีต้องเผชิญหน้ากับบททดสอบสำคัญในรอบรองชนะเลิศศึก เอฟเอ คัพ โดยลงสนามพบกับ ลีดส์ ยูไนเต็ด ที่สนามเวมบลีย์ ในกรุงลอนดอน การเปลี่ยนตัวกุนซือส่งผลให้เกมรุกและเกมรับของเชลซีดูมีมิติที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ก่อนจะได้ เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ โขกทำประตูชัยช่วยให้ทีมเฉือนชนะลีดส์ไปได้ 1-0 ยุติสถิติแพ้รวด 3 นัด พร้อมกับตบเท้าผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศได้อย่างสง่างาม
ทางด้าน ลีดส์ ยูไนเต็ด ทีมน้องใหม่ของพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ ทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจ ผ่านไป 34 นัด เก็บชัยชนะ 9 เสมอ 13 แพ้ 12 รั้งอันดับ 15 ของตารางคะแนน ไม่ค่อยมีความกดดันเรื่องการหนีตกชั้นมากนัก แถมสถิติการพบกับเชลซีในลีกทั้งสองนัด ทัพ "ยูงทอง" ยังทำผลงานไร้พ่ายด้วยการชนะ 1 และเสมอ 1
เพื่อหยุดยั้งสถิติอันย่ำแย่ เชลซีจัดเต็มส่งผู้เล่นชุดใหญ่ลงสนามในระบบ 4-2-3-1 โดยมี โรเบิร์ต ซานเชซ เป็นผู้รักษาประตู แนวรับประกอบด้วย มาร์ก กูกูเรย่า, โทซิน อดาราบิโอโย่, เทรโวห์ ชาโลบาห์ และมาโล กุสโต้ แดนกลางใช้ มอยเซส ไกเซโด้ จับคู่กับ โรเมโอ ลาเวีย ส่วนมิดฟิลด์ตัวรุกสามคนได้แก่ อเลฮานโดร การ์นาโช่, เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ และเปโดร เนโต้ โดยมี ชูเอา เปโดร ยืนเป็นกองหน้าตัวเป้า
เริ่มเกมมาได้เพียง 4 นาที ลีดส์ได้ลุ้นก่อนจากลูกตั้งเตะในระยะหวังผล แต่ อาโอะ ทานากะ ยิงข้ามคานออกหลังไป ถัดมาอีก 2 นาที เอ็นโซ่ ตอบโต้ด้วยการยิงไกลจากนอกกรอบเขตโทษ ทว่าบอลตรงตัวถูกรับเอาไว้ได้ นาทีที่ 15 ลีดส์สร้างโอกาสหลุดเดี่ยวได้สำเร็จ แต่ ซานเชซ โชว์ซูเปอร์เซฟป้องกันลูกยิงของ อัลเลน เอาไว้ได้ ช่วยให้ทีมรอดพ้นจากการเสียประตู
เชลซีที่รอดพ้นการเสียประตูมาพังประตูขึ้นนำสำเร็จในนาทีที่ 23 จากจังหวะที่ เปโดร ตัดบอลได้ก่อนเปิดเกมสวนกลับเร็ว เนโต้ กระชากบอลไปสุดเส้นหลังฝั่งขวาแล้วเปิดเข้ากลาง และเป็น เอ็นโซ่ ที่เทกตัวโหม่งส่งบอลซุกก้นตาข่าย พาทีมออกนำ 1-0 หลังจากนั้น ชูเอา เปโดร เกือบทำประตูบวกสกอร์เพิ่มให้เชลซีได้ แต่โชคร้ายที่บอลพุ่งชนกรอบประตูอย่างจัง
ครึ่งหลัง ลีดส์ที่ไม่อยากเป็นผู้แพ้พยายามบุกทวงประตูคืน นาทีที่ 47 อันทอน ชทัค ตัวสำรองที่เพิ่งลงสนามมาสับไกยิงไกลเต็มข้อ แต่ซานเชซยังโชว์ฟอร์มหนึบปัดบอลออกไปได้ด้วยหมัดเดียว นาทีถัดมา เชลซีสวนกลับขึ้นมาลุ้นทำประตูบ้าง ทว่า ชูเอา เปโดร ดูลังเลไปนิด ทำให้พลาดโอกาสทองในการจบสกอร์ระยะประชิดไปอย่างน่าเสียดาย
นาทีที่ 61 อีธาน อัมปาดู ผู้เล่นของลีดส์พยายามเข้ามาแอบฟังแท็กติกของเชลซี จนเกิดการกระทบกระทั่งกันเล็กน้อย แต่ผู้ตัดสินก็เข้ามาห้ามทัพไว้ได้ทันท่วงที ในช่วงเวลาที่เหลือ ทั้งสองทีมเล่นกันค่อนข้างอึดอัดและไม่สามารถสร้างสรรค์โอกาสเข้าทำที่อันตรายได้ ท้ายที่สุด เชลซีสามารถรักษาสกอร์นำ 1-0 ไว้ได้จนจบเกม และผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ เอฟเอ คัพ ได้ตามเป้าหมาย
ส่วนผลการแข่งขันรอบรองชนะเลิศอีกคู่ ทัพ "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ สามารถเอาชนะ เซาธ์แฮมป์ตัน ไปได้ ทำให้เกมนัดชิงชนะเลิศจะเป็นศึก "ดับเบิ้ลบลู" ระหว่าง เชลซี และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทั้งนี้ เชลซีอกหักพลาดแชมป์ฟุตบอลถ้วยในประเทศมาแล้วถึง 6 นัดรวดในการเข้าชิง ต้องมาจับตาดูกันว่าครั้งนี้พวกเขาจะสามารถล้างอาถรรพ์คำสาปแพ้รวด 6 นัดนี้ได้หรือไม่