
ในการสัมภาษณ์พิเศษกับ วินนี โอคอนเนอร์ นักข่าวจากสกาย สปอร์ตส์ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กุนซือแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้เปิดใจถึงประเด็นต่าง ๆ ทั้งเกมที่พบกับอาร์เซนอล, เออร์ลิง ฮาลันด์ และเรื่องผลต่างประตูได้เสีย
หลังจากแมนฯ ซิตี้ เอาชนะอาร์เซนอลได้ กล้องจับภาพจังหวะที่ ไแคลน ไรซ์ บอกกับเพื่อนร่วมทีมอาร์เซนอลว่า แม้สถานการณ์จะเปลี่ยนไป แต่การลุ้นแชมป์ "ยังไม่จบ"
—— ผมชื่นชมทัศนคติแบบนี้มากครับ นี่คือเหตุผลว่าทำไมอาร์เซนอลถึงก้าวมาอยู่จุดนี้ได้ ผมเห็นคลิปนั้นเมื่อวันจันทร์ มันแสดงให้เห็นชัดเจนว่าไรซ์มีความสำคัญต่อทีมแค่ไหน นี่คือจิตวิญญาณของอาร์เซนอล ซึ่งเราได้เห็นความใจสู้ของพวกเขามาตลอดในช่วงหลายฤดูกาลที่ผ่านมา ทั้งในพรีเมียร์ลีกและลีกคัพ
ถ้าไม่มีจิตวิญญาณแบบนี้ พวกเขาคงไม่มีทางทำผลงานได้อย่างในฤดูกาลนี้ ที่รั้งจ่าฝูงพรีเมียร์ลีกและยังไม่แพ้ใครในยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก เรื่องนี้ไม่ได้เป็นเพราะฝีมือของมิเกล อาร์เตต้า เท่านั้น แต่ยังรวมถึงการมีนักเตะอย่างไรซ์ที่สามารถนำแท็กติกของโค้ชไปปฏิบัติใช้ได้อย่างยอดเยี่ยม
แม้ในยามคับขัน พวกเขาก็ยังแสดงความแข็งแกร่งและประกาศกร้าวว่า "เรายังอยู่! เราไม่ยอมแพ้!" สำหรับเราแล้ว นี่คือสัญญาณเตือนที่ดีที่สุด มันทำให้เราตระหนักได้ทันทีว่าในการลุ้นแชมป์อีก 6 นัดที่เหลือ (อาร์เซนอลเหลือ 5 นัด) เรากำลังเผชิญหน้ากับคู่แข่งแบบไหน
คุณได้เปิดคลิปวิดีโอ "ยังไม่จบ" ของไรซ์ให้นักเตะดูไหม?
—— ลูกทีมของผมรู้ดีอยู่แล้วครับว่าคู่แข่งที่เราต้องเจอในนัดที่เหลือคือใคร ถ้าใครคิดว่าการชนะอาร์เซนอลได้แปลว่าการลุ้นแชมป์จบลงแล้ว คำพูดของไรซ์นี่แหละที่พิสูจน์ให้เห็นว่าพวกเขายังเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวในการแย่งชิงตำแหน่งแชมป์
กาเบรียล กองหลังอาร์เซนอล มีจังหวะเหมือนจะเอาหัวโขกฮาลันด์ แต่กลับรอดพ้นใบแดงไปได้
—— ผมไม่อยากไปยึดติดกับเรื่องพวกนั้นแล้วครับ ผมไม่ได้รู้สึกดีกับวงการผู้ตัดสินในประเทศนี้สักเท่าไหร่ แล้วผมจะพูดอะไรได้อีกล่ะ? ผมรู้ว่าตอนนั้นฮาลันด์ทำตัวเรียบร้อยมาก ผมจำประสบการณ์ที่เจอมาได้ดี ทั้งเหตุการณ์ของโนลิโต้ในฤดูกาลแรกของผม หรือเหตุการณ์ของโรดรี้ในเกมที่พบกับน็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์
ทั้งสองเหตุการณ์นั้นจบลงด้วยการโดนแบน 3 นัด เพราะนักเตะฝ่ายตรงข้ามแสดงอาการเกินจริงเหมือน "ศิลปินเอก" แต่ฮาลันด์ไม่ใช่ เขาไม่ได้ทำแบบนั้น แต่นั่นก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินของกรรมการ สุดท้ายผมก็ดีใจนะที่ทีมของผมได้ใบเหลืองเพิ่มมาอีกใบ!
มีนักวิจารณ์แนะนำว่า ฮาลันด์ควรจะ "แสดงละคร" ให้มากกว่านี้เมื่อเจอสถานการณ์แบบนั้นเพื่อเรียกฟาวล์
—— ก็น่าสนใจดีนะครับ! จนถึงตอนนี้ผู้ตัดสินยังมองว่า โดคู เป็นพวกชอบพุ่งล้ม ทั้งที่จริง ๆ แล้วในโลกนี้คงไม่มีใครพุ่งล้มน้อยไปกว่าเขาอีกแล้ว ทุกครั้งที่เกิดอะไรขึ้น กรรมการมักจะตัดสินไปก่อนเลยว่าเขาพุ่งล้ม แต่ตอนนี้เหล่านักวิจารณ์กลับมายุให้นักเตะพุ่งล้มซะอย่างนั้น! ฮาลันด์แสดงให้เห็นถึงตัวตนที่แท้จริงของเขา นั่นคือการเป็นนักเตะที่ยอดเยี่ยม ผมภูมิใจในสิ่งที่ฮาลันด์ทำมากครับ
คุณเริ่มพิจารณาปัจจัยเรื่องผลต่างประตูได้เสียหรือยัง?
—— สุดท้ายแล้วมันก็แค่เรื่อง "การชนะเกม" ให้ได้เท่านั้นเองครับ แค่ชนะก็พอ รูปเกมจะเป็นตัวกำหนดเองว่าคุณต้องเล่นยังไงและจะยิงได้กี่ประตู แน่นอนว่าเราต้องพยายามทำประตูให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่เป้าหมายสูงสุดคือการชนะ แม้จะชนะแค่ 1-0 มันก็สมบูรณ์แบบแล้ว นั่นคือเป้าหมายของเรา
จากนั้น ถ้าคุณสร้างโอกาสได้และจังหวะของเกมเป็นใจ ก็ลุยไปเลย อย่าลังเล ต้องเด็ดขาด นี่คือทัศนคติที่เราต้องมี เพราะบางครั้งถ้าคุณมัวแต่คิดว่า "เราต้องยิงให้ได้เยอะ ๆ" สุดท้ายคุณอาจจะโดนสวนกลับ 72 ครั้งแล้วเสียคืน 5 ประตูก็ได้ แก่นแท้ของ "ผลต่างประตูได้เสีย" คือการทำประตูให้ได้และต้องไม่เสียประตูด้วย มันไม่ใช่แค่เรื่องของเกมรุกฝั่งเดียวครับ