
สหพันธ์ฟุตบอลสเปน (RFEF) ได้เปิดเผยรายงานวิเคราะห์การทำหน้าที่ของผู้ตัดสินในศึกลาลีกาช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยประเด็นสำคัญคือการยอมรับความผิดพลาดในกรณีที่ เจราลด์ มาร์ติน กองหลังบาร์เซโลนา รอดพ้นใบแดงในเกมพบกับ แอตเลติโก มาดริด
กรณีที่ 1: แอตเลติโก มาดริด พบ บาร์เซโลนา
ในจังหวะแย่งบอลที่ทั้งสองฝ่ายมีโอกาสเข้าถึงบอลได้พอๆ กัน (50-50) ผู้เล่นบาร์เซโลนาถึงบอลก่อน แต่ในจังหวะต่อเนื่องได้ใช้ปุ่มสตั๊ดเหยียบเข้าที่บริเวณหน้าแข้งเหนือข้อเท้าของคู่แข่งจนเกิดอาการข้อเท้าพลิก
คำตัดสิน: ในตอนแรกผู้ตัดสินในสนามให้ใบแดงโดยตรงเนื่องจากเป็นการฟาล์วที่รุนแรง แต่หลังจากได้รับคำแนะนำจาก VAR ให้ไปเช็คหน้าจอ ผู้ตัดสินกลับเปลี่ยนคำตัดสินเป็นใบเหลือง ซึ่งคณะกรรมการฯ ระบุว่า "เป็นการตัดสินที่ผิดพลาด" เนื่องจากจังหวะนี้ต้องเป็นใบแดงเท่านั้น และ VAR ไม่ควรเข้ามาแทรกแซงแต่แรก
กรณีที่ 2: บาเลนเซีย พบ เซลต้า บีโก้
ผู้เล่นบาเลนเซียครองบอลและกำลังจะจ่ายบอลให้เพื่อน จากนั้นผู้เล่นเซลต้าได้ยื่นขาเข้ามาขวางทางวิ่งตามสัญชาตญาณ ทำให้ผู้เล่นบาเลนเซียที่กำลังวางเท้าตามธรรมชาติเหยียบลงไปที่เท้าของคู่แข่ง
คำตัดสิน: ผู้ตัดสินในสนามไม่ได้ลงโทษทางวินัยเพิ่มเติม และ VAR ไม่ได้คัดค้าน ซึ่งคณะกรรมการฯ ระบุว่า "ตัดสินได้ถูกต้องแล้ว"
เกณฑ์การตัดสินที่เป็นบรรทัดฐานใหม่
คณะกรรมการผู้ตัดสินฯ ได้สรุปตรรกะสำคัญในการแยกแยะจังหวะเหล่านี้ไว้ 2 ประเด็น:
การแย่งบอล 50-50: ต่อให้เข้าถึงบอลก่อน แต่หากจังหวะต่อเนื่องมีการใช้ความรุนแรงหรือทำให้คู่แข่งเสี่ยงต่ออาการบาดเจ็บ (เช่นกรณีมาร์ติน) "การถึงบอลก่อนไม่สามารถใช้เป็นข้ออ้างเพื่อรอดพ้นใบแดงได้" ผู้เล่นต้องรับผิดชอบต่อผลลัพธ์ของท่าทางที่ตามมา
ฝ่ายครองบอลชัดเจน: หากผู้เล่นฝ่ายหนึ่งครองบอลและทำท่าทางตามธรรมชาติ (เช่น ยิงหรือส่ง) แล้วคู่แข่งสอดขาเข้ามาเองจนเกิดการปะทะ จังหวะนี้ถือเป็นอุบัติเหตุที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่ถือเป็นการฟาล์ว เว้นแต่ฝ่ายครองบอลจะมีเจตนาแถมหรือทำร้ายคู่แข่งเพิ่มเติม