ข่าวฮอต
ติดตาม

ยืนยันแล้ว 46 ทีมลุยบอลโลก 2026! อิตาลีช็อกโลกตกรอบ 3 สมัยติด - เผยผลแบ่งกลุ่มครบ 12 สาย


อัปเดตสถานการณ์ฟุตบอลโลก 2026 รอบคัดเลือก

เข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายอย่างเป็นทางการ! เมื่อช่วงเช้ามืดของวันที่ 1 เมษายน 2026 (ตามเวลาประเทศไทย) การแข่งขันฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกโซนยุโรปได้บทสรุปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยในขณะนี้ได้ทีมที่ตีตั๋วเข้าสู่รอบสุดท้ายแล้วถึง 46 ทีม จากทั้งหมด 48 ทีม เหลือเพียงอีก 2 ที่นั่งสุดท้ายจากโควตาเพลย์ออฟระหว่างทวีปที่จะตัดสินกันภายในวันนี้


ความผิดหวังของทัพอัซซูรี:

ข่าวที่น่าตกตะกอนที่สุดในวงการลูกหนังโลกคือ "ทีมชาติอิตาลี" อดีตแชมป์โลก 4 สมัย ต้องเผชิญกับฝันร้ายซ้ำซาก หลังพ่ายแพ้ในรอบเพลย์ออฟ ทำให้พวกเขาพลาดโอกาสไปอวดฝีเท้าในฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายเป็นสมัยที่ 3 ติดต่อกัน (2018, 2022 และ 2026) ถือเป็นวิกฤตการณ์ครั้งใหญ่ของวงการฟุตบอลอิตาลี


ผลการจับสลากแบ่งกลุ่ม (48 ทีม 12 กลุ่ม):

ฟุตบอลโลกครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่มีการเพิ่มทีมเป็น 48 ทีม โดยแบ่งออกเป็น 12 กลุ่ม กลุ่มละ 4 ทีม ดังนี้:

กลุ่ม A: เม็กซิโก, แอฟริกาใต้, เกาหลีใต้, สาธารณรัฐเช็ก

กลุ่ม B: แคนาดา, บอสเนียฯ, กาตาร์, สวิตเซอร์แลนด์

กลุ่ม C: บราซิล, โมร็อกโก, เฮติ, สกอตแลนด์

กลุ่ม D: สหรัฐอเมริกา, ปารากวัย, ออสเตรเลีย, ตุรกี

กลุ่ม E: เยอรมนี, คูราเซา, คอตดิวัวร์, เอกวาดอร์

กลุ่ม F: เนเธอร์แลนด์, ญี่ปุ่น, สวีเดน, ตูนิเซีย

กลุ่ม G: เบลเยียม, อียิปต์, อิหร่าน, นิวซีแลนด์

กลุ่ม H: สเปน, เคปเวิร์ด, ซาอุดีอาระเบีย, อุรุกวัย

กลุ่ม I: ฝรั่งเศส, เซเนกัล, (ผู้ชนะเพลย์ออฟ 2), นอร์เวย์

กลุ่ม J: อาร์เจนตินา, แอลจีเรีย, ออสเตรีย, จอร์แดน

กลุ่ม K: โปรตุเกส, (ผู้ชนะเพลย์ออฟ 1), อุซเบกิสถาน, โคลอมเบีย

กลุ่ม L: อังกฤษ, โครเอเชีย, กานา, ปานามา

ระบบการแข่งขันใหม่:

ทีมอันดับ 1 และ 2 ของทุกกลุ่ม (24 ทีม) พร้อมด้วยทีมอันดับ 3 ที่ดีที่สุดอีก 8 ทีม จะผ่านเข้าสู่รอบน็อคเอาท์ (รอบ 32 ทีมสุดท้าย) ต่อไป โดยการแข่งขันจะเพิ่มขึ้นเป็น 104 นัด และใช้เวลาแข่งขันรวม 39 วัน

กำหนดการสำคัญ:

นัดเปิดสนาม: วันที่ 12 มิถุนายน 2026 เวลา 02:00 น. (เวลาประเทศไทย)

นัดแรกของแชมป์เก่า (อาร์เจนตินา): วันที่ 17 มิถุนายน 2026 เวลา 08:00 น. (เวลาประเทศไทย)


สนามแข่งขัน:

จัดขึ้นใน 16 เมืองทั่วอเมริกาเหนือ (สหรัฐฯ 11, เม็กซิโก 3, แคนาดา 2) โดยไม่มีการสร้างสนามใหม่ แต่ใช้การปรับปรุงสนามเดิมที่มีมาตรฐานสูงอยู่แล้ว เช่น AT&T สเตเดียม (ดัลลัส) ที่จุผู้ชมได้มากกว่า 100,000 คน และ สนามอัซเตกา (เม็กซิโกซิตี้) อันโด่งดังค่ะ

คอมเมนต์

โพสต์