
สตีฟ บรูซ ตำนานกองหลังแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เชื่อว่าแม้ ไมเคิล คาร์ริก จะทำผลงานในฐานะกุนซือชั่วคราวได้อย่างยอดเยี่ยม แต่เขาจะต้องเจอกับ "โจทย์ยาก" ในการจัดตัวผู้เล่นสุดสัปดาห์นี้
ภายใต้การคุมทีมของคาร์ริก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คว้าชัยชนะใน 4 นัดแรก ก่อนจะเสมอกับเวสต์แฮม และกลับมาเอาชนะเอฟเวอร์ตันได้ในนัดล่าสุด ทำให้ยังคงรักษาสถิติไร้พ่ายและทะยานขึ้นสู่อันดับ 4 ของตารางพรีเมียร์ลีก
คาร์ริกต้องยกความดีความชอบให้กับการเล่นที่เต็มไปด้วยพลังของ เบนยามิน เซสโก้ ที่ทำประตูชัยในเกมพบฟูแล่มและเอฟเวอร์ตัน รวมถึงทำประตูตีเสมอในเกมกับเวสต์แฮมด้วย ซึ่งประตูทั้งหมดนี้เกิดขึ้นหลังจากที่เขาถูกส่งลงมาเป็นตัวสำรอง ทำให้เริ่มมีเสียงเรียกร้องให้กองหน้าวัย 22 ปีรายนี้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงในเกมเปิดบ้านรับมือคริสตัล พาเลซ วันอาทิตย์นี้
ก่อนหน้านี้ ไบรอัน เอ็มเบอโม่ เป็นกำลังหลักในแดนหน้าของทีมและทำผลงานได้ดีมาโดยตลอด แต่ในช่วงหลังเขากลับทำประตูได้ไม่สม่ำเสมอเท่ากับเซสโก้
บรูซมองว่าตอนนี้คาร์ริกกำลังเผชิญกับการตัดสินใจที่ลำบาก ว่าควรจะส่งเซสโก้ลงเป็นตัวจริงเลย หรือจะยึดผู้เล่นชุดเดิมที่ทำผลงานได้ดีอยู่แล้วต่อไป โดยบรูซกล่าวผ่านรายการ ทอล์คสปอร์ต ว่า
“พูดตามตรง นอกจากเรื่องการทำประตูแล้ว เซสโก้แทบจะไม่มีส่วนร่วมอื่นกับเกมเลย แต่ตอนนี้คาร์ริกกำลังเจอโจทย์ยากว่าจะใช้งานเซสโก้อย่างไรดี? จะให้เขาเป็นตัวสำรองทีเด็ดต่อไป หรือจะส่งลงเป็นตัวจริงเลย?”
“มันเป็นการตัดสินใจครั้งใหญ่ แต่ในตอนนี้คุณคงไม่อยากไปเปลี่ยนแปลงอะไรที่มันดีอยู่แล้ว ถ้าเซสโก้ยังลงมาเป็นตัวสำรองในขณะที่มีสภาพร่างกายที่สด ในช่วงที่คู่แข่งเริ่มล้า เขาก็มีศักยภาพพอที่จะทำประตูได้ และลูกยิงในเกมพบเอฟเวอร์ตันนั้นมันยอดเยี่ยมจริงๆ”
ทางด้านเซสโก้เองก็ยอมรับว่าต้องการโอกาสออกสตาร์ทเป็นตัวจริงมากขึ้น แต่เขาก็ไม่ได้รีบร้อนและต้องการทำผลงานให้ดีที่สุดในช่วงเวลาที่ได้รับโอกาส
“แน่นอนว่าเรามีการพูดคุยเรื่องนี้กัน แต่คาร์ริกเชื่อใจผม ทุกคนเชื่อใจผม และพวกเขากำลังเตรียมความพร้อมให้ผมลงเป็นตัวจริงให้เร็วที่สุด สำหรับผม สิ่งที่สำคัญกว่าคือการสร้างความแตกต่างในจังหวะสำคัญ ไม่ว่าผมจะได้ลงเล่นนานแค่ไหน ผมโฟกัสไปที่การช่วยทีมให้คว้าชัยชนะ”
“ผมกำลังปรับตัวเข้ากับลีกในทุกๆ นัด ผมไม่ได้คิดแค่ว่า ‘ต้องได้เป็นตัวจริง ต้องได้เป็นตัวจริง’ เท่านั้น ไม่ว่าโค้ชจะส่งผมลงสนามเมื่อไหร่ ผมจะทุ่มเทเต็มร้อยเสมอ แม้จะมีเวลาแค่ 5 นาที ผมก็จะใช้มันให้คุ้มค่าที่สุด ผมแค่ต้องการสนุกกับฟุตบอลและช่วยทีมให้ได้มากที่สุด”
หลังจบเกมที่เอาชนะเอฟเวอร์ตัน 1-0 คาร์ริกก็ได้กล่าวชมลูกยิงสุดสวยของเซสโก้เช่นกัน
“มันเป็นลูกยิงที่ยอดเยี่ยมและเด็ดขาดมาก ผมชอบความมั่นใจในจังหวะยิงของเขา มันเป็นผลมาจากการประสานงานที่ยอดเยี่ยมระหว่าง คุนญ่า และ เอ็มเบอโม่ เราดูอันตรายมากในจังหวะโต้กลับ ผมดีใจที่เซสโก้ลงมาเปลี่ยนเกมได้ในฐานะตัวสำรอง”
ขณะที่ แกรี่ เนวิลล์ อีกหนึ่งตำนานของทีม มองว่าคาร์ริกควรส่งเซสโก้ลงเป็นตัวจริงในเกมพบคริสตัล พาเลซ วันอาทิตย์นี้ เพราะกองหน้ารายนี้คู่ควรกับโอกาสนั้นแล้ว
“ผมชอบท่าดีใจของเซสโก้ เพราะมันแสดงถึงความดุดันที่ผมอยากจะเห็น ด้วยส่วนสูง 6 ฟุต 4 นิ้ว เขาควรจะข่มขวัญคู่เซนเตอร์แบ็กฝั่งตรงข้ามได้”
“ในช่วงต้นฤดูกาล เซสโก้ดูเหมือนจะขาดความมั่นใจไปบ้างและยืนตำแหน่งดูเกร็งๆ แต่ตอนนี้เขาเริ่มแสดงพละกำลังออกมาให้เห็นมากขึ้น และเวลาที่เขาสปีด เขาก็มีความเร็วที่น่าทึ่ง คุณจะเห็นได้จากจังหวะการเคลื่อนที่ไปข้างหน้าของเขา”
“แต่ท่าดีใจหลังจากทำประตูได้ ผมมองว่านั่นคือการส่งข้อความถึงทุกคน โดยเฉพาะแฟนบอลยูไนเต็ดที่กำลังเชียร์กันอย่างบ้าคลั่งอยู่ที่มุมสนาม เขาเหมือนกำลังบอกว่า ‘ส่งผมลงไปเถอะ ให้ผมเป็นตัวจริงเดี๋ยวนี้ นี่คือโอกาสของผม และนัดหน้าผมต้องได้สตาร์ทตัวจริง’”
“เซสโก้ดูเหมือนกำลังเติบโตขึ้นเรื่อยๆ แข็งแกร่งขึ้น และมั่นใจมากขึ้น ผมเชื่อว่าในเกมวันอาทิตย์นี้ที่จะพบกับคริสตัล พาเลซ คาร์ริกจะส่งเซสโก้ลงเป็นตัวจริงแน่นอน”