
วันที่ 20 มกราคม – กลายเป็นดราม่าสะเทือนวงการ เมื่อ บรู๊คลิน เบ็คแฮม ลูกชายคนโตของตำนานลูกหนัง เดวิด เบ็คแฮม ตัดสินใจแตกหักกับครอบครัวอย่างเป็นทางการ หลังมีข่าวลือเรื่องความขัดแย้งระหว่างแม่สามีกับลูกสะใภ้มาอย่างยาวนาน วันนี้เขาได้โพสต์ข้อความขนาดยาวผ่านโซเชียลมีเดีย ตอบโต้พ่อแม่ (เดวิด และ วิคตอเรีย) อย่างรุนแรง
บรู๊คลิน ซึ่งแต่งงานกับ นิโคลา เพลทซ์ นักแสดงสาวชาวอเมริกันวัย 31 ปี เมื่อปี 2022 ยอมรับว่าความสัมพันธ์กับครอบครัวย่ำแย่จนเขาต้องแยกตัวออกมา และนี่คือใจความสำคัญจากแถลงการณ์ของบรู๊คลินที่แปลเป็นภาษาไทย:
[คำแถลงของ บรู๊คลิน เบ็คแฮม]
"ผมเก็บความเงียบมานานหลายปี และพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้เรื่องนี้เป็นเรื่องภายในครอบครัว
แต่โชคร้ายที่พ่อแม่ของผมและทีมงานของพวกเขายังคงปล่อยข่าวโจมตีผ่านสื่อไม่หยุดหย่อน ทำให้ผมไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องออกมาปกป้องตัวเอง และเปิดเผยความจริงเบื้องหลังคำโกหกเหล่านั้น
ผมไม่ต้องการคืนดีกับครอบครัว ผมไม่ได้ถูกภรรยาบงการ แต่นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ผมลุกขึ้นสู้เพื่อตัวเอง
พ่อและแม่ของผมใช้เวลาทั้งชีวิตไปกับการ 'บงการ' เรื่องราวของครอบครัวผ่านสื่อ โพสต์โซเชียลมีเดียที่ดูดี การรวมตัวครอบครัวแบบจัดฉาก และความสัมพันธ์จอมปลอม คือสิ่งที่ผมต้องเจอมาตั้งแต่เกิด ล่าสุดผมเห็นกับตาว่าพวกเขาทำได้ทุกอย่างเพื่อแพร่ข่าวลือเท็จ (โดยไม่สนว่าใครจะเดือดร้อน) เพียงเพื่อรักษาภาพลักษณ์จอมปลอมของตัวเอง แต่ผมเชื่อว่าความจริงจะปรากฏ
ตั้งแต่ก่อนผมแต่งงาน พ่อแม่พยายามทำลายความสัมพันธ์ของผมมาตลอด แม่ของผม (วิคตอเรีย) ยกเลิกแผนตัดชุดแต่งงานให้นิโคลาในนาทีสุดท้าย ทั้งที่นิโคลาตื่นเต้นมากที่จะได้ใส่ชุดที่แม่ผมออกแบบ ทำให้เธอต้องวิ่งวุ่นหาชุดใหม่แบบฉุกเฉิน
ไม่กี่สัปดาห์ก่อนวันแต่งงาน พ่อแม่กดดันและพยายามติดสินบนให้ผมเซ็นสัญญา 'สละสิทธิ์ในการใช้ชื่อตัวเอง' ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อผม ภรรยา และลูกในอนาคต พวกเขายืนกรานให้ผมเซ็นก่อนแต่งงานเพื่อให้มีผลทางกฎหมาย พอผมไม่ยอมเซ็น ซึ่งไปกระทบต่อ 'รายได้' ของพวกเขา ท่าทีของพวกเขาก็เปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ
ในช่วงเตรียมงานแต่ง แม่ด่าผมว่า 'ชั่วร้าย' เพียงเพราะผมกับนิโคลาจัดให้พี่เลี้ยงของเรา (ซึ่งไม่มีสามีมาร่วมงาน) มานั่งร่วมโต๊ะกับเรา โดยที่โต๊ะพ่อแม่ทั้งสองฝ่ายก็อยู่ติดกันแท้ๆ

คืนก่อนวันแต่งงาน ครอบครัวบอกผมว่า นิโคลา 'ไม่ใช่เลือดเนื้อเชื้อไข' และ 'ไม่ใช่คนในครอบครัว'
นับตั้งแต่ผมเริ่มสู้เพื่อตัวเองและภรรยา ผมก็โดนพ่อแม่โจมตีไม่หยุดหย่อนทั้งในที่ลับและที่แจ้ง แม้แต่ข่าวตามหน้าสื่อก็เป็นพวกเขาที่สั่งให้เขียน พี่น้องของผมก็ถูกสั่งให้มาโจมตีผมในโซเชียล จนสุดท้ายพวกเขาก็บล็อกผมไปเมื่อซัมเมอร์ที่ผ่านมา
ในงานแต่ง แม่ยังถือวิสา สะขัดจังหวะการเต้นรำเปิดฟลอร์ (First Dance) ของผมกับภรรยา ซึ่งเราเตรียมการมาอย่างโรแมนติก แย่งซีนด้วยการให้ มาร์ค แอนโธนี เรียกผมขึ้นไปบนเวที กลายเป็นว่าผมต้องเต้นกับแม่แทน แม่ทำตัวใกล้ชิดจนน่าเกลียดต่อหน้าแขก 500 คน นั่นคือช่วงเวลาที่น่าอับอายและอึดอัดที่สุดในชีวิตผม
ไม่ว่าเราจะพยายามแค่ไหน ภรรยาของผมก็ถูกครอบครัวผมดูถูกเสมอ แม่ชอบเชิญแฟนเก่าของผมเข้ามายุ่งวุ่นวายในชีวิต เพียงเพื่อจะทำให้เราอึดอัดใจ
ถึงขนาดนั้น เราก็ยังอุตส่าห์บินไปลอนดอนเพื่อร่วมงานวันเกิดพ่อ แต่กลับถูกเมินเฉยตลอดทั้งสัปดาห์ เราพยายามนัดเจอพ่อเป็นการส่วนตัว แต่เขาปฏิเสธทุกครั้ง ยกเว้นต้องไปเจอในงานปาร์ตี้ที่มีแขกเป็นร้อยและมีกล้องจับภาพ พอเขายอมจะเจอผม ก็ตั้งเงื่อนไขว่า 'ห้ามนิโคลามาด้วย' นี่มันตบหน้ากันชัดๆ

สำหรับครอบครัวผม การสร้างภาพและธุรกิจต้องมาก่อน 'แบรนด์เบ็คแฮม' คือที่หนึ่งเสมอ ความรักในครอบครัวขึ้นอยู่กับว่าคุณโพสต์โซเชียลมากแค่ไหน หรือพร้อมทิ้งงานการมาร่วมถ่ายรูปสร้างภาพครอบครัวอบอุ่นได้เร็วแค่ไหน เราเสียสละเวลาไปช่วยงานแฟชั่นโชว์ ปาร์ตี้ งานพีอาร์มาตลอดเพื่อรักษาภาพลักษณ์ 'ครอบครัวสมบูรณ์แบบ' แต่พอภรรยาผมขอให้แม่ช่วยเรื่องสุนัขจรจัดตอนไฟไหม้ที่แอลเอ แม่กลับปฏิเสธอย่างไม่ไยดี

ข้อหาที่บอกว่า 'ภรรยาบงการชีวิตผม' คือเรื่องกลับตาลปัตร ความจริงคือผมถูกพ่อแม่บงการมาเกือบทั้งชีวิต ผมโตมากับความวิตกกังวลมหาศาล
ตั้งแต่ถอยห่างจากครอบครัว เป็นครั้งแรกที่ผมหลุดพ้นจากความวิตกกังวลนั้น ผมตื่นมาด้วยความรู้สึกขอบคุณชีวิตที่เลือกเอง ได้พบความสงบในใจ
ผมและภรรยาไม่ต้องการชีวิตที่ขับเคลื่อนด้วยการสร้างภาพ สื่อ หรือการถูกชักใย เราแค่ต้องการความสงบ ความเป็นส่วนตัว และความสุขของครอบครัวเราเอง"





