
ไมเคิล คาร์ริค กุนซือชั่วคราวคนใหม่ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เตรียมเผชิญกับบททดสอบที่ร้อนแรงที่สุดในมื้อค่ำวันเสาร์นี้ (ตามเวลาประเทศไทย) เมื่อทัพ "ปีศาจแดง" ต้องเปิดรัง โอลด์ แทรฟฟอร์ด รับการมาเยือนของคู่ปรับตลอดกาลอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในศึก แมนเชสเตอร์ ดาร์บี้ ครั้งที่ 198
แฟนบอลของทั้งสองทีมต่างคาดหวังว่าจะได้เห็นเกมการแข่งขันที่ตื่นเต้นเร้าใจมากกว่าครั้งก่อน หลังจากที่การพบกันครั้งล่าสุดในถิ่นสีแดงของเมืองแมนเชสเตอร์เมื่อเดือนเมษายนปีที่แล้ว จบลงด้วยผลเสมอ 0-0 ที่น่าเบื่อหน่าย
บทวิเคราะห์ก่อนเกม
เพียง 8 วันหลังจากสโมสรปลด รูเบน อโมริม ออกจากตำแหน่ง แมนฯ ยูไนเต็ด ได้ประกาศแต่งตั้งอดีตกัปตันทีมอย่าง ไมเคิล คาร์ริค เข้ามารับหน้าที่หัวหน้าผู้ฝึกสอนชั่วคราวด้วยสัญญาจนจบฤดูกาล ซึ่งนับเป็นการคุมทีมขัดตาทัพครั้งที่สองของกุนซือวัย 44 ปีรายนี้ ต่อจากช่วงสั้นๆ 3 นัดเมื่อปลายปี 2021
คาร์ริค กลับมารับงานที่ข้างสนามอีกครั้งในรอบ 7 เดือน หลังแยกทางกับ มิดเดิลสโบรห์ โดยเขาเข้ามารับช่วงต่อทีม แมนฯ ยูไนเต็ด ที่ปัจจุบันรั้งอันดับ 7 ของตารางพรีเมียร์ลีก แม้จะมีแต้มตามหลังท็อปโฟร์เพียง 3 คะแนน แต่ผลงาน 6 นัดหลังสุดกลับชนะได้เพียงแค่เกมเดียว (ชนะ 1 เสมอ 4 แพ้ 1)
หลังจากเสมอในลีกมา 3 นัดรวดกับ วูล์ฟแฮมป์ตัน, ลีดส์ และ เบิร์นลีย์ ล่าสุดพวกเขาเปิดบ้านพ่าย ไบรท์ตัน 1-2 ตกรอบ 3 เอฟเอ คัพ เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา (ซึ่งเป็นเกมสุดท้ายของ ดาร์เรน เฟลตเชอร์ ในฐานะกุนซือขัดตาทัพ) ส่งผลให้ แมนฯ ยูไนเต็ด จะมีโปรแกรมลงเล่นเพียง 40 นัดในฤดูกาลนี้ ซึ่งถือเป็นฤดูกาลที่สั้นที่สุดนับตั้งแต่ปี 1914-15
การต้องสร้างผลงานให้เห็นผลทันทีในการเจอ แมนฯ ซิตี้ และจ่าฝูงอย่าง อาร์เซนอล ติดต่อกัน ถือเป็นงานช้างสำหรับ คาร์ริค โดยในการเจอกับ "เรือใบสีฟ้า" นัดแรกของฤดูกาลที่ เอติฮัด สเตเดียม แมนฯ ยูไนเต็ด พ่ายไปถึง 0-3 และครั้งล่าสุดที่พวกเขายิงประตูไม่ได้ทั้งเหย้าและเยือนในการเจอ แมนฯ ซิตี้ ต้องย้อนไปถึงฤดูกาล 1973-74 ซึ่งเป็นปีที่พวกเขาตกชั้น
แมนฯ ยูไนเต็ด ยิงประตูไม่ได้ถึง 4 จาก 5 นัดหลังสุดในพรีเมียร์ลีกที่เปิดบ้านพบ แมนฯ ซิตี้ รวมถึง 2 นัดล่าสุดติดต่อกัน โดยพวกเขาไม่เคยปืนฝืดในบ้านใส่คู่ปรับร่วมเมือง 3 นัดติดมาตั้งแต่ช่วงปี 1911-1914
ทางฝั่ง แมนฯ ซิตี้ แม้จะเปิดหัวปี 2026 ด้วยผลเสมอในพรีเมียร์ลีก 3 นัดรวดที่น่าหงุดหงิด แต่พวกเขาตอบสนองด้วยการถล่ม เอ็กเซเตอร์ ซิตี้ 10-1 ในศึก เอฟเอ คัพ และบุกชนะ นิวคาสเซิล 2-0 ในเกมนัดแรกของรอบรองชนะเลิศ คาราบาว คัพ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา
อองตวน เซเมนโย แข้งป้ายแดงที่ย้ายมาจาก บอร์นมัธ ด้วยค่าตัว 64 ล้านปอนด์ในเดือนมกราคม ปรับตัวเข้ากับระบบของ เป๊ป กวาร์ดิโอลา ได้อย่างแนบเนียน โดยทำไป 2 ประตูและคว้าตำแหน่ง แมน ออฟ เดอะ แมตช์ 2 นัดติดต่อกัน ช่วยให้ทีมเข้าใกล้แชมป์บอลถ้วยในประเทศมากขึ้น
"เรือใบสีฟ้า" รักษาสถิติไร้พ่าย 13 นัดติดต่อกันในทุกรายการ (ชนะ 10 เสมอ 3) และไม่แพ้ใครในพรีเมียร์ลีกมา 9 นัดติด อย่างไรก็ตาม พวกเขายังต้องเจองานหนักในการลดช่องว่าง 6 คะแนนเพื่อไล่ตามจ่าฝูงอย่าง อาร์เซนอล โดยเหลือโปรแกรมอีก 17 นัด
เป๊ป กวาร์ดิโอลา ซึ่งเป็นกุนซือที่คุมทีมยาวนานที่สุดในพรีเมียร์ลีกปัจจุบัน (9 ปี 199 วัน) เตรียมคุมทีมลงเล่น แมนเชสเตอร์ ดาร์บี้ เป็นนัดที่ 31 โดยมีเพียง ลิเวอร์พูล และ สเปอร์ส เท่านั้นที่ยัดเยียดความปราชัยให้เขาได้มากกว่า แมนฯ ยูไนเต็ด
อย่างไรก็ตาม แฟนบอล แมนฯ ซิตี้ ยังอุ่นใจได้จากสถิติที่ทีมบุกมาชนะ แมนฯ ยูไนเต็ด ถึงถิ่นในพรีเมียร์ลีกได้มากกว่าทีมเยือนอื่นๆ (9 นัด) และมีเพียง ลิเวอร์พูล (41 ประตู) ทีมเดียวที่บุกมายิงประตูที่ โอลด์ แทรฟฟอร์ด ได้มากกว่าพวกเขา (37 ประตู)
ฟอร์มการเล่นในพรีเมียร์ลีกของ แมนฯ ยูไนเต็ด:
เสมอ-แพ้-ชนะ-เสมอ-เสมอ-เสมอ
ฟอร์มทุกรายการของ แมนฯ ยูไนเต็ด:
แพ้-ชนะ-เสมอ-เสมอ-เสมอ-แพ้
ฟอร์มการเล่นในพรีเมียร์ลีกของ แมนฯ ซิตี้:
ชนะ-ชนะ-ชนะ-เสมอ-เสมอ-เสมอ
ฟอร์มทุกรายการของ แมนฯ ซิตี้:
ชนะ-เสมอ-เสมอ-เสมอ-ชนะ-ชนะ
ทรรศนะฟุตบอล: แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1-3 แมนเชสเตอร์ ซิตี้
เกมในวันเสาร์นี้จะเป็นการพบกันครั้งแรกของสองทีมที่ต่างฝ่ายต่างเสมอในพรีเมียร์ลีกมา 3 นัดรวด หรือมากกว่า นับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2001 แม้เกมอาจจะดูสูสี แต่ยากที่จะจินตนาการว่าเกมนี้จะจบลงแบบไร้สกอร์
ทัพ "ปีศาจแดง" หวังว่าการเปลี่ยนโค้ชมาเป็น คาร์ริค จะช่วยกระตุ้นฟอร์มเก่งต่อหน้าแฟนบอลใน โอลด์ แทรฟฟอร์ด แต่เราเชื่อว่า แมนฯ ซิตี้ ที่กำลังฟอร์มเข้าฝักจะบุกมายิงประตูถล่มทลายและเก็บ 3 แต้มสำคัญ พร้อมศักดิ์ศรีของเมืองแมนเชสเตอร์กลับออกไปได้